วิธีต่ออายุ V-NET 3.0 Account ด้วย Points | WECON

Last updated: 9 ต.ค. 2569  |  124 จำนวนผู้เข้าชม  | 

วิธีต่ออายุบัญชี WECON V-NET 3.0 ด้วย Points ผ่านระบบ V-NET Cloud Platform โดย ESO TECH


วิธีต่ออายุบัญชี WECON V-NET 3.0 ด้วย Points | Account Renewal Guidere

 

แนะนำขั้นตอนการตรวจสอบวันหมดอายุบัญชี การใช้ Points ต่ออายุบริการ V-NET 3.0 และการเติม Points ผ่าน ESO TECH

ผู้ใช้งาน WECON V-NET IoT Cloud Platform หลายท่านอาจเริ่มได้รับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับวันหมดอายุบัญชี (Account Expiration) ทั้งจากหน้าเว็บไซต์ V-NET และทางอีเมล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบบ WECON V-NET 3.0 ที่มีการปรับรูปแบบการบริหารจัดการบัญชีผู้ใช้งานใหม่

จากเดิมที่ V-NET 2.0 เปิดให้ผู้ใช้งานเข้าถึงฟังก์ชันต่าง ๆ ภายใต้รูปแบบบริการเดียวกัน ปัจจุบัน WECON ได้พัฒนาระบบ V-NET 3.0 ให้รองรับการแบ่งระดับบัญชี (Account Level) และระบบคะแนนสะสม (Points System) เพื่อบริหารจัดการสิทธิประโยชน์และบริการ Cloud IIoT ให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้ใช้งานแต่ละกลุ่ม

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องชำระเงินเพิ่มเติมทุกครั้งที่ต่ออายุบัญชี เนื่องจากสามารถนำ Points ที่ได้รับจากระบบหรือสะสมไว้มาใช้ต่ออายุบริการได้ หากมีจำนวน Points เพียงพอ

บทความนี้ทีมงาน ESO TECH ซึ่งเป็น WECON Local Service Provider (LSP) ในประเทศไทย จะพาไปทำความเข้าใจระบบ Points พร้อมแนะนำขั้นตอนการต่ออายุบัญชี V-NET 3.0 ด้วยตัวเอง

V-NET 3.0 Account Level และ Points คืออะไร?
V-NET 3.0 เป็นแพลตฟอร์ม Industrial IoT (IIoT) สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์อุตสาหกรรม เช่น WECON HMI และ V-Box เข้ากับระบบ Cloud เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามข้อมูลสถานะเครื่องจักร ตรวจสอบข้อมูลการทำงาน และเข้าถึงอุปกรณ์จากระยะไกลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ตามฟังก์ชันที่รองรับ ซึ่งการพัฒนาโดยมีระบบการต่ออายุนั้น ทาง WECON เองต้องการบริหารจัดการทรัพยากรสำหรับผู้ใช้งานที่เห็นความสำคัญและความจำเป็นของการใช้งาน V-NET จริงๆ

รวมไปถึงจะพัฒนาต่อยอด V-NET IoT Platform ให้มีฟังก์ชั่นและฟีเจอร์ที่ทันสมัยมากขึ้น อาทิเช่น การนำเทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) เข้ามาใช้งาน (อันนี้ผู้บริหารระดับสูงข้องทาง WECON เป็นคนบอกกับ Distributor เอง ต้องรอติดตามกันต่อไป)

สำหรับ V-NET 3.0 มีการแบ่งระดับบัญชีผู้ใช้งานออกเป็น 5 ระดับ โดยแต่ละระดับจะมีข้อจำกัดจำนวนอุปกรณ์และสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกัน


Account Levelจำนวนอุปกรณ์สูงสุดPoints สำหรับต่ออายุ 1 ปี
Level 10 Device ฟรี
Level 210 Device1,000 Points
Level 350 Device5,000 Points
Level 4300 Device20,000 Points
Level 53,000 Device100,000 Points

 

หมายเหตุ: Level 1 เป็นบัญชีที่ไม่มีค่าต่ออายุ แต่ไม่สามารถ Bind อุปกรณ์ของตนเองได้ สามารถดูอุปกรณ์ที่ผู้ใช้งานรายอื่นแชร์สิทธิ์มาให้เท่านั้น ส่วน Level 2–5 จะมีการต่ออายุบัญชีตามระยะเวลาที่กำหนด

ระบบ Points สามารถใช้สำหรับต่ออายุบัญชี (Account Renewal) อัปเกรดระดับบัญชี (Account Upgrade) และแลกสิทธิ์ใช้งานฟังก์ชันเพิ่มเติมบางรายการภายในแพลตฟอร์มได้

ผู้ใช้งานใหม่ได้รับ Points ฟรีอย่างไร?
อีกหนึ่งข้อดีของ V-NET 3.0 คือ WECON มีระบบมอบ Points ให้กับผู้ใช้งานใหม่ เมื่อดำเนินการสมัครบัญชีและเพิ่มอุปกรณ์ตามเงื่อนไขที่กำหนด

ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้งานใหม่สมัครบัญชีและ Bind อุปกรณ์ WECON จำนวน 1 เครื่องเป็นครั้งแรก จะมีสิทธิ์ได้รับ Points ดังนี้

- 1,000 Points โบนัสสำหรับบัญชีใหม่ เมื่อมีการ Bind อุปกรณ์ครั้งแรกสำเร็จตามเงื่อนไข
- 100 Points โบนัสสำหรับการ Bind อุปกรณ์ใหม่ 1 เครื่อง

รวมทั้งหมด 1,100 Points

โดยบัญชี Level 2 ซึ่งรองรับอุปกรณ์สูงสุด 10 เครื่อง ใช้ Points สำหรับต่ออายุ 1 ปี จำนวน 1,000 Points

ดังนั้น หากผู้ใช้งานมี Points คงเหลือ 1,100 Points และนำมาต่ออายุบัญชี Level 2 เป็นระยะเวลา 1 ปี ระบบจะหัก 1,000 Points และเหลือ Points สะสมอีก 100 Points โดยไม่จำเป็นต้องชำระเงินเพิ่มเติม

เงื่อนไขสำคัญที่ควรทราบ

การสมัครบัญชีใหม่เพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ได้รับ 1,000 Points ทันที ผู้ใช้งานต้องดำเนินการ Bind อุปกรณ์ใหม่ครั้งแรก และคงการผูกอุปกรณ์ไว้อย่างน้อย 30 นาทีตามเงื่อนไขของ WECON

นอกจากนี้ โบนัส 100 Points สำหรับการ Bind Device จะมอบให้กับอุปกรณ์จริงแต่ละเครื่องเพียงครั้งเดียว ไม่สามารถนำอุปกรณ์เดิมไปสลับบัญชีเพื่อรับ Points ซ้ำได้

สำหรับบัญชีใหม่ WECON ยังมีช่วงทดลองใช้งาน Level 2 เป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยเงื่อนไขและระยะเวลาของบัญชีเดิมที่ย้ายจาก V-NET 2.0 อาจแตกต่างกัน

วิธีตรวจสอบและต่ออายุบัญชี V-NET 3.0 ด้วยตัวเอง


เมื่อบัญชีใกล้หมดอายุ ระบบ V-NET 3.0 จะแสดงการแจ้งเตือนผ่านหน้าเว็บไซต์ และอาจมีอีเมลแจ้งเตือนล่วงหน้า เพื่อให้ผู้ใช้งานดำเนินการต่ออายุและสามารถใช้งานบริการได้อย่างต่อเนื่อง

ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบการแจ้งเตือนวันหมดอายุบัญชี


เข้าสู่ระบบ V-NET 3.0 ผ่าน Web Browser ด้วยบัญชีผู้ใช้งานของท่าน

เมื่อบัญชีใกล้หมดอายุ ระบบอาจแสดงข้อความแจ้งเตือน Account Expiration พร้อมระบุจำนวนวันที่เหลือและวันหมดอายุ (Expiration Date)

นอกจากนี้ ผู้ใช้งานอาจได้รับอีเมลแจ้งเตือนจากระบบ V-NET เพื่อให้ทราบว่าบัญชีกำลังจะหมดอายุ

แนะนำให้ตรวจสอบวันหมดอายุล่วงหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากการหมดอายุของบริการ



ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบ Account Level และ Points คงเหลือ


หลังจากเข้าสู่ระบบ ให้ไปที่เมนู My Plan หรือส่วน Account Configuration

ในหน้านี้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบข้อมูลสำคัญ ได้แก่

  • Account Level ปัจจุบัน เช่น Level 2 หรือ Level 3
  • Expiration Date วันหมดอายุบัญชี
  • Available Points จำนวน Points คงเหลือ
  • Device Total จำนวนอุปกรณ์ที่ผูกกับบัญชี
  • สิทธิประโยชน์ที่ได้รับตามระดับบัญชี
จากนั้นคลิกเมนู Renew / Upgrade เพื่อเข้าสู่หน้าการจัดการต่ออายุหรืออัปเกรดบัญชี





ขั้นตอนที่ 3 เลือก Renew Plan หรือ Upgrade Account


ระบบจะแสดง Service Plan ตามระดับบัญชีที่รองรับ ตั้งแต่ Level 1 ถึง Level 5

ผู้ใช้งานสามารถเลือกดำเนินการได้ 2 รูปแบบ

Renew Plan — ต่ออายุบัญชีระดับเดิม

เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการใช้งาน V-NET ต่อเนื่อง โดยไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มจำนวนอุปกรณ์เกินข้อจำกัดของ Level ปัจจุบัน

ตัวอย่างเช่น Level 2 สามารถต่ออายุได้โดยใช้ 1,000 Points สำหรับระยะเวลา 1 ปี

Upgrade Account — อัปเกรดระดับบัญชี

เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการเพิ่มจำนวนอุปกรณ์หรือใช้งานสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เช่น เปลี่ยนจาก Level 2 เป็น Level 3 เพื่อรองรับจำนวนอุปกรณ์ที่มากขึ้น

การอัปเกรดอาจมีการคำนวณ Points และระยะเวลาคงเหลือแตกต่างจากการต่ออายุระดับเดิม ผู้ใช้งานควรตรวจสอบรายละเอียดก่อนยืนยัน



ขั้นตอนที่ 4 เลือก Points Deduction และยืนยันการต่ออายุ


เมื่อเลือก Renew Plan แล้ว ระบบจะแสดงหน้าสรุปรายละเอียดการต่ออายุบัญชี เช่น

  • Package Name ระดับบัญชีที่ต้องการต่ออายุ
  • Renewal Period ระยะเวลาที่ต่ออายุ
  • Annual Benefits จำนวน Points ที่ต้องใช้
  • Points Deduction จำนวน Points ที่จะหักจากบัญชี
  • Total Paid ยอดชำระคงเหลือ

หากมี Points เพียงพอ ให้เลือกเครื่องหมายถูกที่ Points Deduction เพื่อใช้ Points ที่มีอยู่ในระบบชำระค่าต่ออายุ


ตัวอย่างเช่น บัญชี Level 2 มี Points คงเหลือ 1,100 Points และต้องการต่ออายุ 1 ปี

ระบบจะหัก Points จำนวน 1,000 Points ทำให้ยอดชำระเงินเพิ่มเติมเป็น $0.00

จากนั้นกดปุ่ม Confirm Payment เพื่อยืนยันรายการ





ขั้นตอนที่ 5 ตรวจสอบผลการต่ออายุบัญชี


หลังจากดำเนินการต่ออายุสำเร็จ ระบบจะปรับข้อมูลบัญชีใหม่ โดยผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบได้จาก

  • Points คงเหลือหลังการหัก
  • Account Level ปัจจุบัน
  • Expiration Date ที่ได้รับการขยายระยะเวลา

ตัวอย่างจากการต่ออายุ Level 2 ด้วย Points จำนวน 1,000 Points จากยอดเดิม 1,100 Points จะเหลือ 100 Points และได้รับการขยายระยะเวลาบริการตาม Plan ที่เลือก




หาก Points ไม่เพียงพอสำหรับต่ออายุบัญชี ต้องทำอย่างไร?

สำหรับผู้ใช้งานที่มี Points คงเหลือไม่เพียงพอ สามารถเติม Points เพิ่มเติมเพื่อใช้ต่ออายุบัญชีหรือบริการอื่น ๆ ของ V-NET 3.0 ได้

โดยสามารถติดต่อ บริษัท อีเอสโอ เทค จำกัด (ESO TECH) ซึ่งเป็น Local Service Provider (LSP) ของ WECON ในประเทศไทย เพื่อสอบถามรายละเอียดและสั่งซื้อ Points ตามจำนวนที่ต้องการ

การใช้บริการผ่าน ESO TECH มีข้อดี ได้แก่

  • สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ในประเทศไทยเพื่อสอบถามรายละเอียดการต่ออายุบัญชี
  • มีทีมงานให้คำแนะนำเกี่ยวกับ Account Level และจำนวน Points ที่เหมาะสม
  • สามารถสั่งซื้อ Points ผ่านบริษัทในประเทศไทย และขอรับใบกำกับภาษีตามเงื่อนไขการขาย
  • ไม่จำเป็นต้องผูกข้อมูลบัตรเครดิตส่วนตัวเข้ากับระบบ V-NET เพื่อชำระเงินออนไลน์
  • มีทีมงาน Technical Support ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการใช้งานผลิตภัณฑ์ WECON


คำแนะนำจาก ESO TECH

สำหรับผู้ใช้งานที่ยังไม่คุ้นเคยกับระบบการชำระเงินออนไลน์ของ V-NET 3.0 เราแนะนำให้เลือกใช้บริการเติม Points ผ่าน ESO TECH แทนการผูกบัตรเครดิตกับแพลตฟอร์มโดยตรง โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นของระบบใหม่

วิธีนี้ช่วยลดความจำเป็นในการบันทึกข้อมูลบัตรเครดิตไว้กับแพลตฟอร์ม และช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบรายละเอียดค่าใช้จ่ายกับเจ้าหน้าที่ก่อนดำเนินการได้

ทั้งนี้ ผู้ใช้งานควรตรวจสอบยอด Points จำนวนเงิน และรายละเอียดการต่ออายุทุกครั้งก่อนยืนยันรายการ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ V-NET 3.0 Account Renewal


Q: V-NET 3.0 ยังใช้งานฟรีได้หรือไม่?

A: V-NET 3.0 มี Account Level 1 ที่ไม่มีค่าต่ออายุ แต่ไม่สามารถ Bind อุปกรณ์ของตนเองได้ หากต้องการผูกอุปกรณ์เข้ากับบัญชีเพื่อใช้งาน Cloud Service จะต้องใช้ Level 2 ขึ้นไป ซึ่งมีเงื่อนไขการต่ออายุด้วย Points

Q: มีอุปกรณ์เพียง 1 เครื่อง ต้องใช้กี่ Points ต่อปี?

A: หากอยู่ในบัญชี Level 2 จะใช้ 1,000 Points สำหรับต่ออายุ 1 ปี ไม่ว่าจะมีอุปกรณ์ 1 เครื่องหรือสูงสุด 10 เครื่องภายใต้ Level เดียวกัน

Q: Points ที่ได้รับจากการ Bind Device สามารถใช้ต่ออายุบัญชีได้หรือไม่?

A: สามารถนำ Points ที่ได้รับและสะสมอยู่ในบัญชีมาใช้ต่ออายุได้ตามเงื่อนไขของแพลตฟอร์ม

Q: หาก Points ไม่เพียงพอ สามารถเติมเพิ่มได้หรือไม่?

A: สามารถเติม Points เพิ่มเติมได้ โดยติดต่อ ESO TECH เพื่อสอบถามรายละเอียดการสั่งซื้อและบริการต่ออายุบัญชี

Q: หากต่ออายุบัญชีก่อนหมดอายุ ระยะเวลาที่เหลือจะหายไปหรือไม่?

A: สำหรับการ Renew ระดับบัญชีเดิม WECON ระบุว่าระยะเวลาที่ต่ออายุจะเพิ่มจากวันหมดอายุเดิมตามเงื่อนไขของ Plan ผู้ใช้งานจึงสามารถวางแผนต่ออายุล่วงหน้าได้


สรุปการต่ออายุบัญชี WECON V-NET 3.0


การปรับระบบ V-NET 3.0 เป็น Account Level และ Points เป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการให้บริการ Cloud IIoT ของ WECON โดยผู้ใช้งานสามารถบริหารจัดการระดับบัญชี ตรวจสอบวันหมดอายุ และใช้ Points ที่สะสมไว้ต่ออายุบริการด้วยตนเองได้

สำหรับผู้ใช้งานที่มี Points เพียงพอ สามารถดำเนินการต่ออายุได้โดยไม่จำเป็นต้องชำระเงินเพิ่มเติม ส่วนผู้ใช้งานที่ต้องการเติม Points หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้งาน สามารถติดต่อทีมงาน ESO TECH เพื่อรับคำแนะนำได้

บริษัท อีเอสโอ เทค จำกัด ในฐานะตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ WECON และ Local Service Provider (LSP) ในประเทศไทย พร้อมให้บริการด้านผลิตภัณฑ์ PLC, HMI, V-Box, Inverter, Servo Drive รวมถึงการให้คำปรึกษาด้าน Industrial Automation และ Industrial IoT


หากท่านใดติดปัญหาหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมท่านสามารถติดต่อ Technical Support ของเราได้ตามรายละเอียดด้านล่างนี้

 

เนื้อหาและรูปภาพในบทความนี้เป็นลิขสิทธิ์ของทางบริษัท อีเอสโอ เทค จำกัด ไม่อนุญาตให้ทำการแก้ไขดัดแปลงทำซ้ำเพื่อประโยชน์ทางการค้าโดยไม่ได้รับการอนุญาต

 

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและติดต่อเราได้ที่
บริษัท อีเอสโอ เทค จำกัด ตัวแทนจำหน่ายสินค้าแบรนด์ WECON

   https://www.eso.co.th/
   info@eso.co.th
   097-253-2728 , 096-854-9256
   Line official : @eso.co.th
   Instagram : https://www.instagram.com/eso.co.th/

   Facebook : https://www.facebook.com/eso.co.th

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้